สัตว์และสิ่งแวดล้อม วัฎจักรแห่งชีวิตรอบตัวเรา

จากภาคสนาม ชั้น 1

“จากต้นไม้ที่เคยเจริญเติบโตเขียวขจี มีผลสุกเต็มต้นเมื่อเวลาผ่านไป

หนึ่งในบทเรียนสำคัญของการเป็นมนุษย์ คือ การตระหนักว่า เราคือ ส่วนหนึ่งของธรรมชาติและโลกใบนี้ และ ทุกสิ่งนั้นเป็นวัฎจักร หมุนเวียน ต่อกันไป ไม่ว่าจะเป็น คน พืช สัตว์ และในโรงเรียนเพลินพัฒนา บทเรียนนี้ถูกนำมาขยายผลต่อยอดในภาคสนามของเด็ก ๆ ชั้น 1 สู่ประสบการณ์จริง จากพื้นที่การเรียนรู้สายธรรมชาติ เพื่อศึกษาความสัมพันธ์

ของสิ่งมีชีวิต และเข้าใจว่าทุกชีวิตมีบทบาทและคุณค่าในระบบนิเวศของโลกใบนี้

​ก่อนออกเดินทาง เด็ก ๆ เต็มไปด้วยคำถามและความสงสัยว่า พื้นที่เล็ก ๆ ท่ามกลางตึกสูง

จะมีธรรมชาติจริงได้จริงหรือ❓

จนกระทั่งมาถึงบ้านสวนอาจารย์พีท ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้เกษตรในเมือง อาจารย์พีทได้เล่าที่มาของสวนจากการฟื้นฟูพื้นที่รกร้างที่ได้รับผลกระทบจากสารเคมี ให้กลับมาเป็นแหล่งเกษตรกรรมที่อุดมสมบูรณ์ โดยยึดหลักทฤษฎีบันได 9 ขั้นสู่ความพอเพียง ตามศาสตร์พระราชาของในหลวงรัชกาลที่ 9 เด็ก ๆ ได้เดินสำรวจสวน เรียนรู้ความหลากหลายของพืช และสังเกตใบไม้ที่ทับถมจนกลายเป็นปุ๋ย ทำให้เข้าใจว่าทรัพยากรธรรมชาติทุกอย่างล้วนมีคุณค่า

​อาจารย์พีทพาเด็ก ๆ ทดลองนำใบไม้ที่ร่วงหล่นมาขึ้นรูปด้วยความร้อนจนกลายเป็นจานใบไม้ ซึ่งช่วยให้เด็ก ๆ คำนึงถึงการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างรู้คุณค่า

“จานนี้สามารถย่อยสลายในธรรมชาติได้ ดีกว่าจานพลาสติกอีก” และยังมีเสียงยืนยันจากคุณแม่พร้อมภาพประกอบเรื่องเล่าน่ารักขำขันว่า หลังจากจบภาคสนาม ลูกของตนนำจานทำจากใบไม้นี้กลับมาใช้ที่บ้านจริง และยังใช้มือในการรับประทานกับจานนี้เพื่อเข้าถึงธรรมชาติและความเรียบง่ายอย่างแท้จริงด้วย

นอกจากการเรียนรู้เรื่องการหมุนเวียนทรัพยากรแล้ว เด็ก ๆ ยังได้เรียนรู้การจัดการพื้นที่สีเขียวอย่างสร้างสรรค์ ฉบับนักรีไซเคิล

อาจารย์พีทได้นำจักรยานที่ไม่ใช้แล้ว มาดัดแปลงเป็นเครื่องปั่นน้ำเพื่อสูบน้ำจากคลองมารดน้ำผัก รวมถึงขวดพลาสติกที่แขวนตามต้นไม้ อาจารย์พีทอธิบายว่านี่คือระบบน้ำหยดจากขวดพลาสติกใช้แล้วมาเจาะรูที่ฝาขวดเพื่อรดน้ำต้นไม้ เป็นตัวอย่างการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าแบบ Circular Economyและเด็ก ๆ ยังได้มีโอกาสลองประดิษฐ์ขวดพลาสติกนี้เองด้วยท้ายที่สุด เด็ก ๆ ได้เรียนรู้เกี่ยวกับพระเอกของธรรมชาติ คือ “จุลินทรีย์” ผู้ช่วยสลายและทำให้วงจรของธรรมชาติหมุนเวียนอย่างสมบูรณ์ ตั้งแต่การเข้าใจวงจรชีวิตของจุลิทรีย์ รวมถึงการเพาะเลี้ยงจุลินทรีย์ ประสบการณ์ภาคสนามวันที่ 1 ณ บ้านสวนอาจารย์พีทเหล่านี้ช่วยให้เด็กเพลินเห็นคุณค่าของสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ที่มีบทบาทสำคัญในระบบนิเวศ แม้แต่สิ่งที่เล็กที่สุด ก็อาจสำคัญมากที่สุด และได้เห็นว่าเด็ก ๆ ของเราเริ่มมองเห็นคุณค่าของสิ่งของรอบตัวด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป

ในฐานะผู้ช่วยสำคัญในการฟื้นฟูดิน ที่ฟาร์มลุงเครา เด็ก ๆ ได้เห็นต้นฝรั่งที่ออกผลเต็มต้น

ซึ่งเป็นหลักฐานชั้นดีของความอุดมสมบูรณ์ เป็นผลลัพธ์ที่มาจากปุ๋ยมูลไส้เดือน นอกจากความรู้ที่ได้รับแล้ว เด็ก ๆ ยังได้เก็บผลฝรั่งกลับไปฝากคุณพ่อคุณแม่ที่บ้านอีกด้วย

เด็ก ๆ เรียนรู้ว่าน้ำหมักมูลไส้เดือนอุดมด้วยธาตุอาหารและจุลินทรีย์ครบถ้วน สามารถนำไปเลี้ยงไข่ผำ พืชเศรษฐกิจได้ พวกเขาจึงนำความรู้จากวันแรกมาต่อยอดอย่างสร้างสรรค์

ก่อนจะลงมือทำอาหารกลางวันด้วยตัวเอง เริ่มจากไข่เจียวไข่ผำและต้มจืดตำลึงหวาน เด็ก ๆ ทั้งตื่นเต้นและชื่นชมไปพร้อม ๆ กัน และปิดท้ายภาคสนามด้วยการเรียนรู้การผสมดิน

รวมถึงการดูแลไส้เดือน ซึ่งความรู้เหล่านี้เด็ก ๆ สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับแปลงผักของตนเองได้

​ ​ ​ ​ ​ ​ ​ ตลอดภาคสนามทั้งสองวันนี้ เหล่าเด็กเพลิน ระดับชั้น 1 ได้เห็นความสำคัญของ

การหมุนเวียนธาตุอาหาร และความเชื่อมโยงของสิ่งมีชีวิตในธรรมชาติ เมื่อสิ่งมีชีวิตหนึ่งสิ้นอายุ นั่นคือจุดเริ่มต้นของการหล่อเลี้ยงชีวิตอื่น ๆ ต่อไป ทุกชีวิตล้วนมีบทบาทและคุณค่า

●●●

และเราในฐานะมนุษย์ที่เป็นส่วนหนึ่งของวัฎจักรอันน่าอัศจรรย์นี้ เรารับบทสำคัญในฐานะ
ผู้ดูแลธรรมชาติ ดังนั้นการเรียนรู้ครั้งนี้ จึงได้วางรากฐานสำคัญให้เด็ก ๆ นำความรู้ไป
ต่อยอดสู่การทำโครงงานวิจัยของตนเองอย่างมีความหมายต่อไป

โดย ส่วนสื่อสารและประชาสัมพันธ์

ข้อมูล ณ วันที่ 16 ธันวาคม 2568

ติดตามบทความและภาพกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่เพจโรงเรียนเพลินพัฒนา 👇

https://www.facebook.com/share/p/17pep4hAAF/