มหกรรม KM ชื่นใจ…ได้เรียนรู้ ภาคครูเพลิน ครั้งที่ 29 (2568)

❤️ การจัดการเรียนรู้ไม่ใช่เพียงสิ่งที่เกิดขึ้นในห้องเรียน แต่คือกระบวนการที่ครูต้องกลับมาทบทวนและเรียนรู้จากประสบการณ์ของตนเองอยู่เสมอ นี่จึงเป็นที่มาของการทำ Knowledge Management (KM) ของครูเพลินพัฒนา เพื่อเก็บเกี่ยว “ประสบการณ์การเรียนรู้ที่มีคุณภาพ” และพัฒนาให้กลายเป็นองค์ความรู้ที่สามารถต่อยอดได้จริง

และในปีนี้ งาน “ชื่นใจ…ได้เรียนรู้ ภาคครูเพลิน” ครั้งที่ 29 ก็เต็มไปด้วยทั้งแรงบันดาลใจจากโอวาทของผู้ทรงคุณวุฒิ และจากการเปิดชั้นเรียนบูรณาการที่มีชีวิต เมื่อเด็ก ๆ ได้พบว่าคณิตศาสตร์นั้น เชื่อมโยงกับโลกกว้างได้มากกว่าที่คิด

😌 โอวาทแด่ผู้เป็นครู

เพราะการเรียนรู้ของครูจึงไม่ได้หยุดอยู่แค่การสอน แต่คือการพัฒนาตนเองไปพร้อมกับการสร้างคน งานมหกรรม KM ของครูเพลินพัฒนา จึงเกิดขึ้นจากความเชื่อว่า การจัดการเรียนรู้ที่ดีต้องเริ่มจากครูที่กล้ากลับมาทบทวนตัวเอง เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ให้กลายเป็นองค์ความรู้ที่ต่อยอดได้จริง ภายใต้ค่านิยมสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ การเป็นคนดีที่มีความสุขง่าย การเป็นครูของตนเอง และการไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

โดยในงานครั้งนี้ได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิในวงการการศึกษา

ทั้งศาสตราจารย์ นายแพทย์วิจารณ์ พานิช นายแพทย์สมบูรณ์ จิระวัฒนาสมกุล แพทย์หญิงสุภาพร จิระวัฒนาสมกุล และอาจารย์ศุภชัย พงศ์ภัคเธียร รวมถึงผู้บริหารของเพลินพัฒนา ได้แก่ อาจารย์ธิดา พิทักษ์สินสุข และอาจารย์ศีลวัต ศุษิลวรณ์

โอวาทของทุกท่านเป็นดั่งน้ำที่ทำให้หัวใจครูชุ่มฉ่ำ และมีกำลังก้าวเดินต่อบนเส้นทางนี้

— ศาสตราจารย์ นายแพทย์วิจารณ์ พานิช

🔸 “ชีวิตครู ในเรื่องวัตถุ เราอาจไม่มีมากมาย แต่ด้านจิตใจ ถ้าเราเข้าใจว่า เราได้ทำประโยชน์อะไรแก่ศิษย์ ​ แก่สังคม มันมีค่ามาก”

🔸 “และโดยเฉพาะการที่ได้อยู่ในโรงเรียนแบบนี้ ที่เพลินพัฒนา เราได้มีส่วนในการหนุนให้คนรุ่นใหม่เป็นพัฒนามาเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ คือ ไม่ใช่แค่ผู้ที่มีความรู้ แต่มีปัญญา และต้องขยายความต่อคือ ไม่ใช่ปัญญาเพื่อตนเองเท่านั้น แต่ไพศาลเพื่อคนอื่น” ​

— นายแพทย์สมบูรณ์ จิระวัฒนาสมกุล

🔹 “เราโชคดีมากที่ได้เป็นครู เพราะถ้าอยากทำอะไรให้เห็นผลเร็ว ๆ ปลูกผัก 30-40 วัน ก็เห็นผลแล้ว แต่สิ่งที่ยั่งยืนที่สุดคือ ‘การปลูกคน’ และคนที่ทำหน้าที่นี้ได้ดีที่สุด คือคนที่เป็นครู ถ้าครูได้สร้างเด็กที่มีประสิทธิภาพออกไป จะทำให้สังคมน่าอยู่ ครูจึงเป็นอาชีพหนึ่งที่มีคุณค่า”

คำพูดเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงโอวาท แต่เป็นเหมือนกระจกที่สะท้อนให้ครูได้กลับมามองเห็นคุณค่าของสิ่งที่ตนเองกำลังทำอยู่ในทุกวัน และให้เราไม่ลืมคำสำคัญของการเป็นครูที่ไม่ใช่คำว่า “สอน” แต่คือ “เรียนรู้” และ “เด็ก คือครูที่ดีที่สุด”

📚 เปิดชั้นเรียน “คณิตศาสตร์บูรณาการประวัติศาสตร์”

จากโจทย์ที่ท้าทายในงานมหกรรมKM ครั้งที่ 28 ครั้งก่อนที่ท่าน ศ.นพ.วิจารณ์ฝากไว้แก่ครูเพลินว่า “วิชาที่ยาก ๆ เช่นคณิตศาสตร์ สังคม หรือจริยธรรมจะบูรณาการกันได้อย่างไร” จึงได้กลายมาเป็นการออกแบบการเปิดชั้นเรียนที่มีชีวิตในครั้งนี้

เด็ก ๆ ชั้น 3 ถูกชวนให้ย้อนกลับไปตั้งคำถามง่าย ๆ ผ่านเรื่องเล่าสั้น ๆ ว่า

🔸 “ถ้าเรายังไม่รู้จักตัวเลข เราจะนับได้อย่างไร”

คำถามนี้พาเด็ก ๆ ออกเดินทางไปสู่โลกของอดีต ตั้งแต่การนับวัว การคิดค้นระบบตัวเลขอารบิก จนถึงเรื่องราวของอารยธรรมอินเดีย อาหรับ และการเดินทางของตัวเลขสู่ยุโรปหรือเลขโรมันผ่านเส้นทางการค้า เด็ก ๆ ได้ลองคิด ลองออกแบบวิธีของตนเอง ก่อนจะค้นพบว่า “ระบบตัวเลข” ที่เราใช้กันในวันนี้ มีคุณค่าเพียงใด

✅ จาก “คณิตศาสตร์ที่น่าเบื่อ” กลายเป็น “สิ่งที่มีความหมายและเชื่อมโยงกับชีวิต”

✅ จาก “การหาคำตอบที่ถูกต้อง” กลายเป็น “การตั้งคำถามและเรียนรู้ร่วมกัน”

เราจึงได้เห็นการบูรณาการร่วมกันเกิดขึ้นจริงระหว่าง คณิตศาสตร์ ประวัติศาสตร์ และแฝงจริยธรรมอยู่ในชั้นเรียนนี้ แต่การเรียนรู้ยังไม่จบ เมื่อการเรียนรู้เดินทางมาถึงปัจจุบัน เด็ก ๆ ก็ถูกชวนให้ตั้งคำถามกับตนเองต่อไปว่า “แล้ววันนี้ เราจะสร้างอะไรไว้ให้คนในอีก 1,500 ปีข้างหน้า” ❓

หนึ่งในนักเรียนของการเปิดชั้นเรียนได้สะท้อนว่า

🔹 “ผมอยากหาวิธีคิดใหม่ ๆ ทำให้การคำนวณให้ง่ายขึ้นมากกว่านี้อีก และหัวใจของการเรียนรู้ของผมคือ การที่เราได้ลองคิดแบบคนแต่ก่อน รู้สึกดีที่ได้เรียนรู้ที่มาของตัวเลข และรู้ว่าถ้าไม่มีคนคิดมาให้ ก็คงยากมากครับ”

สิ่งที่ครูเพลินได้เรียนรู้จากห้องเรียนวันนั้นคือ การสอนที่แท้จริงไม่ใช่การทำให้เด็ก “ทำได้” เท่านั้น แต่คือการทำให้เด็ก “เห็นคุณค่า” ของสิ่งที่เรียน เพราะเมื่อเด็กเห็นคุณค่า เขาจะค่อย ๆ ลงลึก เข้าใจ และเก็บสิ่งนั้นไว้เติบโตในตัวเองต่อไป

ดังที่ผู้ทรงคุณวุฒิได้สะท้อนร่วมกันว่า การเรียนรู้ต้องเกิดจาก “ประสบการณ์” ควบคู่กับ “การสะท้อนคิด”ต้องมีทั้งการคิดเชิงลึก การรับฟัง และการเติบโตทางอารมณ์และสังคม (Social Emotional Learning) ​ ไปพร้อมกัน และเหนือสิ่งอื่นใด ทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นได้ เมื่อห้องเรียนเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัย และเปิดโอกาสให้เด็กได้เป็นเจ้าของการเรียนรู้ของตนเองอย่างแท้จริง

🖊 ชีวิตที่เป็นสุข…บนเส้นทางที่สร้างสิ่งยิ่งใหญ่

ในงานมหกรรม KM ครั้งนี้ ครูเพลินได้เรียนรู้สิ่งหนึ่งอย่างเด่นชัดจากผู้ใหญ่ที่มาร่วมงาน โดยผ่านเรื่องราวชีวิตจริงที่พวกท่านได้ทำเพื่อสังคมและแบ่งปันกับเรา ทั้งศ.นพ.วิจารณ์ และ นพ.สมบูรณ์ ได้ชวนทบทวนคุณค่าของชีวิต และให้ตระหนักว่า ความสุขของครูนั้นไม่ได้วัดด้วยวัตถุ แต่วัดด้วยความรู้สึกที่ได้ทำสิ่งที่มีความหมายเพื่อคนอื่น

🔸 “ศิลปะของการมีชีวิต คือ การที่มนุษย์เราต้องเรียนรู้และฝึกฝนที่จะทำให้ชีวิตมี ‘ความสุข’ ให้เป็นในสภาวะกดดัน ล้มเหลว หรือไม่สบายใจ และการจะมีความสุขได้ คือ ต้องไม่คิดถึงแต่ตัวเองเป็นเป้าหมายหลัก แต่คิดถึงสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าตนเอง และสำคัญขึ้นไปอีกคือ ‘ปัญญา’ เมื่อปัญญา รวมกับความดี จะเกิดเป็นพลังบวกที่เป็นแรงบันดาลใจในการสร้างคนที่มีคุณภาพ และเมื่อนั้นความสุขจะบังเกิด”

อ.ธิดา พิทักษ์สินสุข ผู้อำนวยการโรงเรียน ปิดท้ายด้วยถ้อยคำที่อบอุ่นและเต็มไปด้วยพลัง

🔹 “ต้นกล้าที่เราปลูกตั้งแต่เล็กค่อย ๆ เติบโต และผลิบาน โรงเรียนเรากำลังจะทำงานในสิ่งที่ให้คุณค่า และสะท้อนภาพลักษณ์นี้ออกไปให้คนอื่นได้เห็น เรากำลังสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ สร้างเด็กที่มีคุณภาพออกไปสู่สังคม เราเป็นครูตัวเล็ก ๆ แต่เรากำลังทำงานใหญ่นะคะ ขอบคุณคุณครูคนเก่งทุกคนค่ะ”

❤️ ในท้ายที่สุด…

งานมหกรรม KM ครั้งนี้ จึงไม่ได้เป็นเพียงเวทีของการแลกเปลี่ยนความรู้ แต่เป็นช่วงเวลาที่ทำให้ครูได้ “กลับมาเชื่อ” ในคุณค่าของเส้นทางที่ตนเองกำลังเดิน เส้นทางที่อาจไม่ได้วัดผลด้วยความเร็ว แต่เต็มไปด้วยความหมายของการ “ปลูกคน”

และในทุกห้องเรียนของโรงเรียนเพลินพัฒนาแห่งนี้ เราจะได้เห็นต้นกล้าค่อย ๆ เติบโตเป็นมนุษย์ที่มีทั้ง “ปัญญา” และ “ความดี” และพร้อมจะส่งคุณค่านั้นออกไปสู่โลกกว้างในวันข้างหน้าต่อไป

โดย ส่วนสื่อสารและประชาสัมพันธ์

ข้อมูล ณ วันที่ 20 มีนาคม 2569


ติดตามบทความและภาพกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่เพจโรงเรียนเพลินพัฒนา👇

https://www.facebook.com/share/p/18ZQ9PwYXB/