ถอดบทเรียนความรุนแรงในโรงเรียน สู่การสร้างองค์ความรู้เพื่อดูแลหัวใจของเด็ก
เมื่อเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงในโรงเรียนแห่งหนึ่ง คำถามสำคัญสำหรับโรงเรียนอาจไม่ใช่เพียง ถ้าเกิดเหตุขึ้น เราจะทำอย่างไร แต่คือ “เราจะสร้างสภาพแวดล้อมแบบไหน เพื่อให้เด็กมีภูมิคุ้มกันทางใจ และทำให้ผู้ใหญ่รอบตัวมองเห็นความเปลี่ยนแปลงของเขาได้อย่างทันท่วงที” วันที่ 10 สิงหาคม 2569 โรงเรียนเพลินพัฒนาจึงเชิญทีมผู้เชี่ยวชาญจากภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ร่วมกับคุณครูและบุคลากรของโรงเรียนเพลินพัฒนากว่า 30 คน ที่จบการศึกษาด้านจิตวิทยา เปิดวงเวิร์กชอปถอดบทเรียนจากเหตุการณ์จริง เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ตั้งคำถาม และร่วมกันสร้างองค์ความรู้ที่เหมาะกับบริบทของโรงเรียน ❤️🩹 … 🤝 การป้องกันที่ดี เริ่มต้นจากผู้ใหญ่ที่เข้าใจเด็ก จุดแข็งของวงเวิร์กชอปครั้งนี้ คือการได้ทำงานร่วมกันระหว่างทีม ผู้เชี่ยวชาญจากภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล นำโดย ผศ.นพ.วัลลภ อัจสริยะสิงห์ พญ.ทัตติยา วิษณุโยธิน ร่วมกับคุณครูเพลินพัฒนา ทั้งครูประจำชั้น ครูพัฒนาชีวิต นักจิตวิทยาประจำโรงเรียน และบุคลากรที่ทำงานใกล้ชิดกับเด็ก ทีมศิริราชและเพลินพัฒนาทำงานร่วมกันด้าน School Mental Health มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2568 การพบกันครั้งนี้จึงไม่ใช่การที่ผู้เชี่ยวชาญบอกว่าโรงเรียนควรทำอะไรในเชิงทฤษฎี หากเป็นการนำองค์ความรู้ทางวิชาการมาพบกับประสบการณ์จริงของผู้ดูแลเด็กในทุกวัน เพื่อร่วมกันตั้งคำถาม แลกเปลี่ยนมุมมอง และค่อย ๆ ตกผลึกเป็นแนวทางที่เหมาะกับบริบทของเรา เพราะมาตรการหรือวิธีการที่ใช้ได้ผลในโรงเรียนหนึ่ง อาจไม่ใช่คำตอบเดียวกันสำหรับทุกโรงเรียน การสร้างองค์ความรู้จากความเข้าใจทั้ง “ความรู้” และ “พื้นที่จริง” จึงเป็นสิ่งที่วงนี้ให้ความสำคัญ คำถามแรกของวงพาเราไปเห็นว่า พฤติกรรมของเด็กไม่ได้เกิดจากปัจจัยใดปัจจัยหนึ่ง แต่เกี่ยวข้องทั้งตัวเด็ก พัฒนาการ ทักษะสมอง EF ทักษะการจัดการอารมณ์และสังคม SEL รวมถึงประสบการณ์จากครอบครัว โรงเรียน และสังคมรอบตัว สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่การมองหา “เด็กที่มีปัญหา” หากคือการที่ครูรู้จักเด็กแต่ละคนมากพอ และไวต่อความเปลี่ยนแปลง เนื่องจากสัญญาณของความทุกข์มักสะท้อนผ่านอารมณ์ พฤติกรรม ความสัมพันธ์ หรือวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป เมื่อเด็กมีผู้ใหญ่ที่เขาไว้วางใจและพร้อมรับฟัง เขาก็มีโอกาสเข้ามาขอความช่วยเหลือได้มากขึ้น … ครูและโรงเรียนต้องเป็น “พื้นที่ปลอดภัย” ของเด็ก 🎒 จากการแลกเปลี่ยนในวง เราพบว่าแม้เด็กแต่ละวัยจะมีวิธีแสดงออกและต้องการการดูแลที่แตกต่างกัน แต่หัวใจสำคัญคือ การเข้าใจเด็กก่อนรีบเข้าไปแก้ปัญหา เด็กบางคนต้องการเวลา บางคนต้องการพื้นที่สงบ ขณะที่บางคนอาจต้องการเพียงผู้ใหญ่ที่พร้อมอยู่ข้าง ๆ และรับฟังอย่างตั้งใจ เพราะในวันที่อารมณ์กำลังท่วมท้น เด็กอาจยังไม่พร้อมรับคำสอนหรือคำตอบ สิ่งที่ผู้ใหญ่ทำได้ คือช่วยให้เขารู้สึกปลอดภัย ยอมรับความรู้สึกของเขา และอยู่ตรงนั้นอย่างมั่นคง จนเด็กพร้อมที่จะค่อย ๆ กลับมาทบทวนและหาทางออกด้วยกัน วงสนทนายังชวนให้เห็นอีกว่า ความสัมพันธ์ไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบเสมอไป แต่ทุกความสัมพันธ์ยังสามารถสร้างใหม่และซ่อมแซมได้ สิ่งสำคัญคือผู้ใหญ่ต้องพร้อมกลับมาอยู่ตรงนั้น รับฟัง และค่อย ๆ สร้างความไว้วางใจขึ้นอีกครั้ง เพราะพื้นที่ปลอดภัยไม่ได้มีความหมายเพียงว่าเด็กมีใครสักคนให้พึ่งพาในวันที่ไม่ไหว แต่ยังเป็นพื้นที่ที่ทำให้เด็กค่อย ๆ เรียนรู้ที่จะเข้าใจตนเอง จัดการกับความรู้สึก คิด ตัดสินใจ และขอความช่วยเหลือเมื่อจำเป็น … เรียนรู้ร่วมกัน เพื่อเติบโตไปด้วยกัน 🤲🏽 คำถามสำคัญที่ชวนเราหันกลับมามองไม่ใช่เพียงเรื่องการรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉิน แต่คือเรากำลังสร้างเด็กให้เติบโตขึ้นเป็นคนแบบไหน เพราะเราไม่อาจคาดเดาได้ว่าโลกในวันข้างหน้าจะพาเด็กไปพบกับความท้าทายแบบใด แต่สิ่งที่เราทำได้ คือค่อย ๆ เตรียม “มนุษย์” ให้เติบโตอย่างมั่นคงและมีความเข้มแข็งจากภายใน ซึ่งเป็นอุปนิสัยและคุณลักษณะภายในที่เพลินพัฒนาให้ความสำคัญมาโดยตลอด เด็กของเราต้องรู้จักตนเอง กำกับตนเอง อยู่ร่วมกับผู้อื่น และรับมือกับความยากได้ โดยที่สิ่งเหล่านี้ค่อย ๆ เติบโตผ่านความสัมพันธ์ การเรียนรู้ และประสบการณ์ในชีวิตประจำวัน วงเวิร์กชอปครั้งนี้จึงเป็นอีกก้าวหนึ่งที่ทำให้ผู้ใหญ่ได้กลับมานั่งทบทวนร่วมกัน นำความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์จากพื้นที่จริง มาพูดคุย ตั้งคำถาม และตกผลึกเป็นองค์ความรู้ของโรงเรียน เพื่อส่งต่อสิ่งที่ค้นพบให้สังคมสามารถนำแนวคิดไปปรับใช้ให้เหมาะกับบริบทของตนเองได้เช่นกัน ท้ายที่สุดแล้ว การสร้างเด็กหนึ่งคนเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทั้งชุมชน และเด็กจะเติบโตอย่างมั่นคงในการดูแลของผู้ใหญ่ที่ไม่หยุดเรียนรู้และทำเพื่อเขา เพื่อเด็ก ๆ จะได้รู้ว่า “เมื่อหันกลับมาแล้ว จะยังมีผู้ใหญ่ที่เขาวางใจสักคนอยู่ตรงนั้นเพื่อเขาเสมอ” โดย ส่วนสื่อสารองค์กร ข้อมูล ณ วันที่ 14 สิงหาคม 2569 ติดตามบทความและภาพกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่เพจโรงเรียนเพลินพัฒนา 👇 https://www.facebook.com/share/p/1JSD14X2Aj


